วันพุธที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

การเชื่อมข้อมูลของคุณกับ iTunes

 

iOS: การเชื่อมข้อมูลของคุณกับ iTunes

บทความนี้เป็นภาพรวมของวิธีการเชื่อมข้อมูลบนอุปกรณ์ iOS ของคุณกับ iTunes บนคอมพิวเตอร์ของคุณโดยใช้ USB หรือ Wi-Fi

หมายเหตุ: คุณยังสามารถจัดการเนื้อหาของคุณโดยใช้ iCloud ได้

การตั้งค่าการเชื่อมข้อมูล

ก่อนการตั้งค่าการเชื่อมข้อมูล คุณควรดาวน์โหลดและติดตั้ง iTunes เวอร์ชั่นล่าสุด การเชื่อมข้อมูล Wi-Fi จำเป็นต้องมี iTunes 10.5 หรือใหม่กว่า และ iOS 5 หรือใหม่กว่า คุณสามารถเปลี่ยนตัวเลือกการเชื่อมข้อมูลของคุณได้ทุกเมื่อ ทุกครั้งที่คุณเชื่อมข้อมูล จะเชื่อมข้อมูลเนื้อหาระหว่างอุปกรณ์ iOS และคอมพิวเตอร์ของคุณเพื่อแสดงเนื้อหาใหม่ เนื้อหาที่ได้รับการอัปเดต หรือเนื้อหาที่ถูกลบ

การเชื่อมข้อมูลด้วย USB

  1. เปิด iTunes
  2. เชื่อมต่ออุปกรณ์ iOS ของคุณกับคอมพิวเตอร์โดยใช้สายเคเบิ้ล USB ที่ให้มา
  3. คลิก ปุ่ม อุปกรณ์ ที่มุมขวาบน (หากกำลังดู iTunes Store อยู่ คลิกปุ่ม คลัง ที่มุมขวาบนก่อน)


    แท็บบางแท็บอาจไม่ปรากฏหากคุณไม่มีเนื้อหาที่สอดคล้องกันในคลังของคุณ ตัวอย่างเช่น หากคุณไม่มีพ็อดคาสท์ในคลังของคุณ แท็บพ็อดคาสท์ ที่สอดคล้องกันจะไม่ปรากฏขึ้น
  4. คลิก ปรับใช้ ที่มุมขวาล่างของหน้าจอเพื่อเชื่อมข้อมูล

การเชื่อมข้อมูลผ่าน Wi-Fi

  1. เปิด iTunes
  2. ในการตั้งค่าการเชื่อมข้อมูลผ่าน Wi-Fi โปรดเชื่อมต่ออุปกรณ์ iOS ของคุณกับคอมพิวเตอร์ของคุณด้วยสายเคเบิ้ล USB ที่ให้มา
  3. คลิก ปุ่ม อุปกรณ์ ที่มุมขวาบน (หากกำลังดู iTunes Store อยู่ คลิกปุ่ม คลัง ที่มุมขวาบนก่อน)
  4. ในแท็บเนื้อหาสรุป เลือก "เชื่อมข้อมูลกับ [อุปกรณ์] นี้ผ่าน Wi-Fi"
  5. เมื่อใดก็ตามที่คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ iOS อยู่บนเครือข่ายเดียวกัน อุปกรณ์ iOS จะปรากฏใน iTunes และคุณจะสามารถเชื่อมข้อมูลได้ อุปกรณ์ iOS จะเชื่อมข้อมูลโดยอัตโนมัติเมื่อ:
    • เสียบปลั๊กอุปกรณ์ iOS เข้ากับแหล่งจ่ายไฟ
    • มีการเปิด iTunes บนคอมพิวเตอร์
    • อุปกรณ์ iOS และคอมพิวเตอร์อยู่บนเครือข่าย Wi-Fi เดียวกัน
  6. ขณะที่อุปกรณ์ iOS ปรากฏในคอลัมน์ด้านซ้ายของ iTunes คุณจะสามารถเลือกแท็บเนื้อหาและกำหนดค่าตัวเลือกการเชื่อมข้อมูลได้
  7. คลิก ปรับใช้ หรือ เชื่อมข้อมูล เพื่อเชื่อมข้อมูลอุปกรณ์ iOS
หากอุปกรณ์ iOS ไม่ปรากฏในส่วน อุปกรณ์ หรือหากคุณไม่สามารถเชื่อมข้อมูลได้ โปรดดู บทความนี้ สำหรับการแก้ไขปัญหา

สิ่งที่คุณสามารถเชื่อมข้อมูลได้

  • แอปพลิเคชั่น
  • เนื้อหาที่เป็นเสียง—เพลง พ็อดคาสท์ หนังสือเสียง และเนื้อหา iTunes U
  • ที่คั่นหน้า
  • หนังสือ
  • รายชื่อ
  • ปฏิทิน
  • ภาพยนตร์และรายการทีวี
  • รูปภาพ
  • หมายเหตุ
  • เอกสาร (แอปพลิเคชั่นแบ่งปันไฟล์เท่านั้น)
  • เสียงเรียกเข้า

ข้อมูลเพิ่มเติม

ครั้งแรกที่คุณเชื่อมข้อมูลแท็บข้อมูลกับอุปกรณ์ iOS ของคุณ ระบบจะถามว่าคุณต้องการผสานข้อมูล แทนที่ข้อมูลบนบริการ หรือแทนที่ข้อมูลบนคอมพิวเตอร์ของคุณจากแอปพลิเคชั่นต่อไปนี้:
  • Mac: Address Book, iCal, Microsoft Entourage หรือ Microsoft Outlook 2011
  • พีซี: Microsoft Outlook, Outlook Express, Windows Addressbook (XP) และ Windows Contacts 

วันอาทิตย์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557


ฝากผลงานของพวกเราชาวจีสิบซีไว้ในใจของทุกคนด้วยน้ะ นี้เป็นผลงานชิ้นเอกจากพวกเรา เนื่องในโอกาสวันวาเลนไทน์ ครูฝ่ายดนตรีสั่งงานให้มำมิวสิควิดีโอของเเต่ละห้อง ห้องเราทำเป็นความรักที่เป็นเเรงบันดาลใจ ทำให้เขากับเธอมารักกัน ในเพลง ไม่บอกเธอ+เธอคือ Project valentine day

การทำแผ่นพับ post by. voranitta

         

การทำแผ่นพับแบบง่ายๆ

1.เราต้องมีโปรแกรม Microsoft Office Word  ก่อนรุ่นไหนก็ได้ครับ

2.เข้าโปรแกรม  Microsoft Office Word   เลือกไปที่เค้าโครงหน้ากระดาษครับปรับแนวกระดาษเป็นแนวนอนโดยคลิกที่คำสั่งการวางแนวกระดาษเสร็จแล้ว    คลิกคำสั่งคอลัมน์เลือกไปที่ 3 คอลัมน์ ครับ   *ตามรูป

3.เตรียมเนื้อหาและรูปของเนื้อหาให้เรียบร้อยครับแล้วนำมาใส่ในหน้ากระดาษที่เราแบ่งคอลัมน์ไว้แล้วโดยเรียงเนื้อตามหน้ากระดาษแรก....และหน้ากระดาษที่2ดังรูปครับ


4.การแทรกรูปภาพต่างๆหรือตารางในแผ่นพับให้เราคลิกที่คำสั่งแทรกครับแล้วจะมีคำสั่งให้เลือกรูปเยอะแยะเลยลองไปเลือกดูครับ

5.เมื่อเสร็จหมดแล้วเราก็จะตามตกแต่งแผ่นพับให้ดูดีมากขึ้นนะครับโดยปรับขอบกระดาษของแผ่นพับก่อนเลย*ตามรูปครับ

เมื่อปรับเสร็จแล้วเรามาใส่พื้นหลังของแผ่นพับกันครับโดยกดที่เค้าโครงหน้ากระดาษเลือกสีของหน้า*ตามรูปครับ
และถ้าเราเลือกไปที่เติมลักษณะพิเศษมันจะขึ้นหน้าปกพิเศษที่มีลวดลายต่างๆครับลองดูๆเมื่อเลือกเสร็จแล้วให้เราคลิกที่คำสั่งตกลงครับเป็นอันเสร็จ

วันพฤหัสบดีที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ทำการ์ตูน 3D แบบง่ายๆกันดีกว่า

โปรแกรม Poser ช่วยให้คนที่ไม่มีพื้นฐานด้านโปรแกรมสามมิติมาก่อนก็สามารถสร้างโมเดล3dไ ด้อย่างสบายๆ ง่ายๆ

วันจันทร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557


วิธีตัดเพลงด้วย โปรแกรม Nero (ตัดท่อน Hook)

1. เปิดโปรแกรมได้จาก Start ---- Program -------- Nero ------- Audio ----- Nero WaveEditor
2. เมื่อเปิดโปรแกรมขึ้นมา  ให้ import ไฟล์เพลงได้โดย ไปที่ File --- open ก็จะเข้าไปเลือกเพลง
    ที่โฟล์เดอร์ที่เก็บไว้ แล้วก็กด open
3. เมื่อ import เพลงเข้ามาในโปรแกรมแล้ว ก็จะเห็นเป็นภาพคลื่นเสียง หยักๆ ในหน้าโปรแกรม 
    สามารถกด space bar เพื่อเล่นเพลง และกด space bar อีกครั้งเพื่อหยุดการเล่นเพลง
    เป็นการฟังเพลงดูก่อนว่าเลือกมาถูกเพลงไหม แล้วก็ขณะที่เพลงเล่นไปจะมีเคอร์เซอร์วิ่งตาม
   ไปเรื่อยๆ เป็นเส้นๆ ไปทางขวาเพื่อให้เห็นว่าตอนที่เล่นเสียงไปนี้ ถึงตรงไหนส่วนใด เพื่อให้
   ช่วยดูช่วงที่เราจะเลือกตัดได้ถูกต้อง
4. และเมื่อ play เพลงฟังและได้ตำแหน่งที่เราต้องการแล้ว ก็มาเริ่มขึ้นตอนการตัดต่อเสียงเพลงโดย
    หลักการตัดก็คือตัดส่วนที่ไม่ต้องการออก และเหลือเพลงส่วนที่เราต้องการเอาไว้ ฉนั้น เราจะเริ่มตัด
    ท่อนด้านหน้าที่เราไม่ต้องการออกก่อน โดยการ นำเมาท์ไปคลิ๊กแล้วลากครอบไปจนถึงส่วนที่เราไม่
    ต้องการ เน้นให้เป็นการลากคลุม (เหมือนถ้าเราตัด Ringtone เราก็จะเอาแต่ส่วน hook ฉนั้น
    เราก็จะลากตั้งแต่ต้นเพลงไปจนถึงก่อนเข้า Hook ลากคลุม ) และเมื่อลากครอบตำแหน่งที่ต้องการได้แล้ว
   ก็ให้ไปทำการ ลบส่วนนี้ออกโดย ไปที่ menu ด้านบนของโปรแกรม แล้วไปที่คำสั่ง edit และเลือก
   Delete จากนั้นก็ไปลบส่วนที่ไม่ต้องการด้านท้ายเพลง หลังจากท่อน hook ใช้วิธีเดิมคือลาก
   ครอบพื้นที่ ที่ไม่ต้องการ แล้วก็ไป delete เช่นเดิม ทีนี้ก็จะเหลือแต่ส่วนเพลงที่เราต้องการ
5. ข้อควรจำว่าหากเราครอบพื้นที่ไม่ตรงตามต้องการ สามารถ Undo แล้วทำการลากครอบใหม่ได้
6. เมื่อได้ส่วน hook ของเพลง หรือส่วนของเนื้อเพลงที่ต้องการแล้วลอง play ดูสักครั้งว่าตรงตาม
    ที่ต้องการไหม แต่เสียงที่ได้มันจะกระตุกตอนเข้า กับตอนออกเพลง เราจึงต้องมาทำการเฟดเสียง
    ให้มันราบรื่นขึ้นไม่สะดุด การเฟดเสียงคือการให้เพลงเบาๆ แล้วค่อยดังขึ้นมาก่อนเข้าเพลง 
    และเฟดเสียงออกเพื่อให้เสียงเพลงค่อยๆ เบาลงเมื่อจะจบ
7. การทำการเฟดเสียงทำได้โดย ต้องเลือกส่วนหัวเพลงโดยการลากครอบเหมือนเดิมแต่คราวนี้
   เลือกเพียงนิดเดียว นิดเดียวสักประมาณ ถ้ากะด้วยตาก็ 0.50 เซนติเมตร เมื่อเลือกครอบได้แล้ว
   ก็ให้ไปที่ เมนูด้านบน ---- volume --- เฟดอินด์ ----- แล้วจะมีรูปแบบให้เลือกว่าเฟดแบบไหน
   ให้เลือกตัวบนสุด (เท่าที่ทำมันดีที่สุด)  วิธีนี้เรียกว่าเป็นการ เฟดเสียงเข้า
   ต่อไปทำการเฟดเสียงออก  คือทำการเฟดเสียงออกที่ท้ายเพลง ก็ให้ไปเลือกครอบพื้นที่ก่อนจบเพลง
   ไปจนจบเพลง กะเอา ประมาณ 0.50 เซนติเมตรเหมือนเดิมก็ได้ เมื่อลากครอบเสร็จแล้วก็ไปที่
   เมนูด้านบน --- volume ---- เฟด เอาท์ --- แล้วเลือกตัวบนสุด เท่านี้ก็ทำการเฟดเสียงเข้าและ
   เฟดเสียงออกเป็นการเรียบร้อย
8. ทีนี้ลองมาฟังดูสักครั้งว่าโอเคหรือยัง โดยเอาเมาท์ไปคลิ๊กที่จุดเริ่มต้นของเพลง คือคลิ๊กที่เส้นๆ เสียง
    ที่เป้นรูป ยึกๆๆ นั่นล่ะแต่ให้ไปคลิ๊กที่เริ่มต้นจริงๆ แล้วกด space bar เพื่อลองฟังดูว่าโอเคไหม
9. มาถึงขึ้นตอนการ save ก็ให้ไปที่ เมนูด้านบน เลือกที่ File ----- Save as ----- แล้วเลือกที่ต้อง
    การว่าเอาไฟล์ไว้ที่ไหน ตั้งชื่อให้ไฟล์นี้ แล้วดูตรง ด้านล่าง save as type ให้เลือกเป็นไฟล์
   นามสกุลที่เราต้องการ เท่านี้ก็เรียบร้อย

หมายเหตุ คำถามที่พบบ่อย
     * เช่นทำไม save เป็น mp.3 ไม่ได้ (ข้อนี้อาจจะมาจากคุณใช้ Nero ที่ไม่ใช่ลิขสิทธิและจำนวน
     ที่สามารถ save เป็น mp.3 ได้นั้นใช้สิทธิหมดแล้ว
     * โปรแกรม Nero wave Editor เป็นโปรแกรมเสริมของโปรแกรม เขียนแผ่นสุดฮิต ซึ่งเท่าที่
        เห็นจะเริ่มมีใน Nero Version 6  ขึ้นไป ฉนั้นใครที่ใช้เวอร์ชั่นต่ำกว่านี้ ก็จะเปิดไม่เจอ

วันอาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557



การทำภาพ Slow Motion และ การทำภาพ Replay

    การทำภาพ Slow Motion และ ภาพ Fast Forward.    
1. เข้าโปรแกรม Ulead Video Studio 11
2. ดึงไฟล์ Video เข้ามาในโปรเจค(import Video)..

    





3.ลาก ไฟล์ Video ลงมาใน Timeline
    
    



4.ปรับความเร็วในการเล่น ใน Menu Playback Speed



     ปรับจากความเร็ว อันแรก จาก 100 เป็นค่าที่ต้องการ
     สามารถกำหนด Playback Speed ให้เป็น การเล่นภาพ แบบ Fast Forward ได้


การทำภาพ Replay ย้อนกลับ
  
     1. ทำการ Import และเลือกไฟล์ Video จากในเครื่อง


    2.กำหนดช่วงที่เราต้องการจะ Replay


     3. หน้าต่าง Edit จะมีเครื่องหมายถูก ตรงด้านล่าง ว่าเป็น Reverse Video.

    

     3. เมื่อกำหนด เป็น Reverse Play เรียบร้อยแล้วภาพจะเล่นย้อนหลัง ให้ลองทำการ Save File Video
     4. เสร็จแล้วให้ลองนำไฟล์ Video ที่เราทำการ Replay มาต่อกับภาพที่เล่นปกติ จะได้ภาพ Replay ซึ่งเราสามารถ กำหนดให้เล่น Replay แบบ Slow ได้