วันศุกร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557


ringtone-01
สวัสดี ครับผู้ใช้ iPhone ทุกท่าน ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่ หรือมือเก่าที่เบื่อเสียง Ringtone ที่ Apple ให้มากับเครื่อง แล้วอยากจะสร้างสรรค์ Ringtone ที่เราถูกใจลงไปในเจ้า iPhone สุดที่รักของเรา ด้วยความที่ iPhone มีวิธีใส่ริงโทนเพิ่มที่ต่างจากมือถืออื่นที่คุ้นเคย หลายๆคนอาจงง แต่วิธีทำนั้นไม่ลำบากครับ ไม่ต้องไปหาโปรแกรมที่ไหนมากมาย เชื่อไหมครับว่าสามารถทำด้วยโปรแกรมคู่ใจ iPhone ที่ทุกท่านรู้จักแน่นอน …. iTunes นั่นเองครับ !
บางท่านอาจจะไม่ทราบด้วยซ้ำว่ามันสามารถทำได้ งั้นมาลองทำไปพร้อมๆกันเลยครับ
สวัสดี ครับผู้ใช้ iPhone ทุกท่าน ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่ หรือมือเก่าที่เบื่อเสียง Ringtone ที่ Apple ให้มากับเครื่อง แล้วอยากจะสร้างสรรค์ Ringtone ที่เราถูกใจลงไปในเจ้า iPhone สุดที่รักของเรา ด้วยความที่ iPhone มีวิธีใส่ริงโทนเพิ่มที่ต่างจากมือถืออื่นที่คุ้นเคย หลายๆคนอาจงง แต่วิธีทำนั้นไม่ลำบากครับ ไม่ต้องไปหาโปรแกรมที่ไหนมากมาย เชื่อไหมครับว่าสามารถทำด้วยโปรแกรมคู่ใจ iPhone ที่ทุกท่านรู้จักแน่นอน …. iTunes นั่นเองครับ !
บางท่านอาจจะไม่ทราบด้วยซ้ำว่ามันสามารถทำได้ งั้นมาลองทำไปพร้อมๆกันเลยครับ
1อันดับแรกเปิดโปรแกรม iTunes ขึ้นมา และทำการเลือกเพลงที่เราต้องการ
ringtone-01
(ของผมใช้ iTunes 10 for Mac OSX) สำหรับผู้ใช้ Windows นั้น หน้าตาเมนูจะไม่แตกต่างกันมาก สามารถดูควบคู่ไปด้วยกันได้ครับ
ringtone-02
2หลัง จากนั้น ให้กดเล่นเพลงที่ต้องการไปจนถึงท่อนที่เราต้องการที่จะเริ่มเป็น Ringtone และให้สังเกตวินาทีของเพลงนั้นๆว่าเล่นไปกี่วินาทีแล้ว (วินาทีที่เราต้องการจะเริ่มต้นเป็น Ringtone นั่นเอง)
3ทำการคลิกขวาที่ชื่อเพลง เลือก Get Info เลือกแถบ Options ด้านบน
ringtone-03
4ทำ การติ๊กถูกในกล่องหน้า Start Time และ Stop Time และใส่วินาทีเพลงที่ต้องการเริ่มต้นจนถึงที่ต้องการ โดยหน่วยจะเป็น [ นาที : วินาที ]
** โดย Ringtone มีความยาวได้สูงสุด 40 วินาทีเท่านั้น **
หลังจากตัดเสร็จแล้ว ทำการกดปุ่ม OK
5ใน ขั้นตอนนี้ สามารถลองฟัง Ringtone ที่เรากำลังตัดอยู่ได้โดยการดับเบิ้ลคลิกที่เพลง ( หากไม่พอใจ สามารถกด Get Info กลับไปแก้ไขได้ ) หากพอใจแล้วให้คลิกขวาที่ชื่อเพลงที่ตัดสำเร็จแล้ว เลือก Create ACC Version
ringtone-04
หากไม่มีเมนูนี้ให้คลิกแถบ Advanced ด้านบนแล้วเลือก Create ACC Version แทน
ringtone-05
จากนั้นจะสังเกตเห็นว่าจะมีไฟล์ที่ได้จากการสร้างเมื่อสักครู่ โดยจะมีความยาวเท่ากับเวลาที่เราเลือกใว้ขั้นต้น
6คลิกขวาไฟล์ที่ได้ และเลือก Show in Finder ( Windows ให้เลือก Show in Windows Explorer ) จะเห็นไฟล์ที่มีนามสกุล .m4a
ringtone-06
สำหรับผู้ใช้ Windows ที่มองไม่เห็นนามสกุลไฟล์ สามารถดูวิธีการตั้งค่าได้จากลิงค์นี้
[ Link : http://support.microsoft.com/kb/978449/th/ ]
ringtone-07
7ทำการเปลี่ยนนามสกุลโดยการคลิ๊กขวา เลือก Rename เป็น .m4r
ringtone-08
โดย เมื่อเปลี่ยนนามสกุลไฟล์แล้ว iTunes จะไม่รู้จักไฟล์เก่าที่เกิดจากการ Create ACC Version ข้างต้น ให้ลบด้วยการคลิ๊กขวาที่ไฟล์ แล้วเลือก Delete ได้ทันที
ringtone-09
8ทำการ Double Click จากนั้น iTunes จะทำการเพิ่ม Ringtone เข้าไปในหมวด Ringtone ของเรา
9เชื่อมต่อ iPhone กับ iTunes แล้วทำการ Sync Ringtone
ringtone-10
10เมื่อ Sync เสร็จแล้ว สามารถตั้งค่า Ringtone ใน iPhone ได้จาก Settings > Sounds > Ringtone
ringtone-11

วันพุธที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557







โดยปกติถ้าเราจะทำวีดีโอ Presentation หรือตัดต่อวีดีโอ เราจะใช้โปรแกรม Sony Vegas หรือ Proshow Gold แต่โปรแกรมที่พูดถึง มีขั้นตอนที่อาจจะยุ่งยากสักนิดนึง สำหรับคนที่ยังไม่เคยใช้หรือมือใหม่หัดทำ อีกทางเลือกหนึ่งของการทำวีดีโอแบบง่ายๆ ที่เด็กๆ ป.2 - ป.3 ก็สามารถทำวีดีโอของตนเองได้ คือใช้โปรแกรมที่มากับ Windows ชื่อโปรแกรม windows movie maker
ตอนนี้เป็นตอนแรกที่จะนำเสนอวิธีการทำวีดีโอแบบง่ายๆ จาก windows movie maker ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ใช้งานง่ายๆ เหมาะสำหรับการทำวีดีโอที่ไม่ได้ต้องการ effect อะไรมากมาย ตอนแรกนี้จะเป็นวิธีการทำวีดีโอภาพประกอบเพลง หรือที่เรียกว่า VDO Presentation ซึ่งสามารถนำไปทำได้หลายอย่างแล้วแต่เราต้องการค่ะ เช่น presentationงานแต่งงาน ของขวัญวันเกิด การนำเสนอ หรือในโอกาสพิเศษอื่นๆ ที่ต้องการจะนำภาพมาทำเป็นวีดีโอค่ะ
ตัวอย่างงาน ที่ทำจาก windows Movie Maker
  
ขั้นตอนแรกก็เปิดโปรแกรมมาก่อนเลยค่ะ โดยไปที่ Start > All Programs แล้วหาโปรแกรมนี้ให้เจอค่ะ สัญลักษณ์ของโปรแกรมเป็นแบบในภาพ
เมื่อเปิดเข้ามาในโปรแกรม หน้าตาของโปรแกรมจะเป็นดังภาพ
ส่วนต่างๆ ของโปรแกรม
  • Movie Task เป็นแถบงาน ที่มีตำสั่งต่างๆ สำหรับการทำ VDO ให้เราเลือกใช้
  • Collection จะเป็นที่เก็บภาพ วีดีโอ เพลง ที่เรา Import เข้ามา
  • Preview ส่วนแสดงวีดีโอที่เราได้ทำขึ้น
  • Storyboard เป็นส่วนที่แสดงภาพข้อความ วีดีโอ เสียง ตามลำดับเวลา สามารถเปลี่ยนเป็นมุมมองแบบ Timeline ได้
มาดูในราละเอียดส่วนต่างๆ ของ Movie Tasks กันบ้าง มีทั้งหมด 4 ส่วน
  • Capture Video เป็นส่วนนำเข้าวีดีโอ รูปภาพ และเสียง
  • Edit Movie จะมีคำสั่งเกี่ยวกับการใส่ video effects, video transitionsหรือการเปลี่ยนภาพในวีดีโอ และการใส่ข้อความลงในวีดีโอ
  • Finish Movie ส่วนจัดการกับ VDO เมื่อทำเสร็จแล้ว
  • Movie Making Trips เป็นคำแนะนำการใช้ต่างๆ
ปุ่มควบคุมการเล่นแสดงตัวอย่างวีดีโอ
เรามา เริ่มทำวีดีโอกันเลยค่ะ เริ่มจากการนำรูปเข้า โดยไปคลิกที่ Import Picture จากนั้นคลิกเลือกรูป และคลิก Import Note รูปที่นำมาทำวีดีโอ อาจจะเป็นรูปที่มีการ resize หรือลดขนาดแล้ว โดยปกติในวีดีโอที่ทำจะมีขนาด 640x480 ดังนั้นภาพที่มาทำไม่ควรเล็กหรือใหญ่เกินไป หากใหญ่จะทำให้วีดีโอที่ทำเสร็จมีขนาดใหญ่มาก หากรูปเล็กเกินไปจะทำให้ไม่ชัด จะใช้รูปขนาดเท่ากันกับวีดีโอเลยก็ได้คือ 640x480
รูปที่เราเลือกก็จะมาอยู่ใน Collection ลากรูปที่ต้องการมาใส่ใน Storyboard ตามลำดับรูปที่ต้องการให้แสดง
หากต้องการใส่ video effect ให้คลิกที่ view video effect note video effect การเปล่ยนแปลงในลักษณะต่างๆ ของรูปนั้นๆ ตาม effect ที่เราเลือก เช่น จากสีกลายเป็นขาวดำ หรือจากชัดกลายเป็นเบลอ แต่โดยปกติถ้าไม่ต้องการ effect ใดเป็นพิเศษก็จะไม่ใส่
เลือก Effect ที่ต้องการใส่แล้วลากลงไปใส่ไว้ในรูปของเรา ดาวจะกลายเป็นสีน้ำเงินแสดงว่ารูปนั้นมีการใส่ video effect หากต้องการเอา effect ออก ให้คลิกที่รูปดาวในรูปนั้น 1 ครั้งแล้วกด Delete
ใส่ Transition คือ Effect ในระหว่างที่จะเปลี่ยนจากรูปหนึ่งสู่อีกรูปหนึ่ง หากต้องการใส่ คลิกที่ View video transition
จากนั้นเลือก Transition แล้วลากลงไปใส่ในช่องที่อยู่ระหว่างรูป จะลองกด Play ดูผลก่อนก็ได้
จากนั้นหากต้องการใส่เสียงเพลง เสียงดนตรี คลิกที่ Import audio or music และเลือกเพลงที่ต้องการ คลิกที่ Import
เพลงจะเข้ามาอยู่ใน Collection ลากเพลงลงไปใส่ไว้หน้าสุดของ Storyboard
มุมมองจะเปลี่ยนเป็นแบบ Timeline สามารถคลิกให้กลับไปเป็นแบบ Storyboard ได้โดยคลิกที่ Show Storyboard
มาดูแถบเครื่องมือในส่วนของ Story Board กันสักนิด
ส่วนแรกเป็นส่วนควบคุมเสียง
ส่วนที่สองเป็นการจัดการกับไมโครโฟน ในกรณีที่มีการต่อไมโครโฟน
ส่วนนี้เครื่องหมาย + และ - เป็นการเพิ่มและลดขนาดของมุมมองใน Timeline
เมื่อใส่เสียงเรียบร้อยแล้ว เรามาใส่ข้อความให้กับวีดีโอกัน บ้าง คลิกที่ Make titles or cradits
ในส่วนของ Make titles or cradits จะมีให้เลือกคือ
  • title at the beginning ใส่ตอนเริ่มวีดีโอ
  • title before the selected clip ใส่ก่อนหน้ารูปที่เลือก
  • title on the selected clip ใส่บนรูปที่เลือก
  • title after the selected clip ใส่หลังรูปที่เลือก
  • cradits at the end ใส่ Cradit ตอนจบวีดีโอ
เรามาเพิ่มตอนก่อนจะเริ่มวีดีโอกัน คลิกที่ title at the beginning
พิมพ์ข้อความที่ต้องการ จากนั้นคลิกที่ Change the title nimation
คลิกเลือกแบบที่ต้องการ จะแสดงตัวอย่างให้ดูด้านข้าง จากนั้นหากต้องการเปลี่ยนสีและแบบอักษรคลิกที่ Change title text font and color
ตั้งค่าต่างๆ ตามต้องการ
เมื่อเสร็จแล้วคลิกที่ Done, add title to movie
ข้อความจะขึ้นมาอันแรกสุด หากต้องการแก้ไขให้ดับเบิ้ลคลิกที่คลิปนั้น เพื่อที่จะเข้าไปแก้ไข
จากนั้นเราลองมาใส่ข้อความบนรูปภาพกันบ้าง คลิกเลือกรูปภาพที่เราจะใส่ข้อความก่อน หลังจากนั้นให้คลิกที่ title on the selected clip
พิมพ์ข้อความ จะแสดงข้อความให้ดูด้านข้าง
เลือก Animation ที่ต้องการ เสร็จแล้วคลิกที่ Done, add title to movie
ใน Timeline จแสดงข้อความตรงกับรูปภาพนั้น สามารถที่จะจับเลื่อนได้
จากนั้นเมื่อเสร็จสิ้นการทำวีดีโอแล้วบันทึกงานตามปกติ ไฟล์ที่ได้จะเป็นนามสกุล .MSWMM และการแปลงไฟล์เป็นไฟล์วีดีโอ ให้คลิกที่ Save to my computer
ตั้งชื่อและเลือกที่เก็บวีดีโอ จากนั้นคลิก Next
เลือกคุณภาพของวีดีโอ หากต้องการตัวเลือกอื่นๆ เพิ่มเติมคลิกที่ Shoe more choices
จะมีตัวเลือกให้เลือกเพิ่มเติม ซึ่งจะเลือกเป็นแบบกำหนดขนาดที่แน่นอนก็ได้โดยเลือกแบบ fit size หรือตัวเลือกอื่นๆ เสร็จแล้้วคลิก Next
จะทำการ Save รอสักครู่
เสร้จแล้วคลิกที่ Finish เป็นอันเสร็จ หากไม่ต้องการให้เล่นวีดีโอ ให้เอาเครื่องหมายถูกที่ Play movie when I click Finish. ออก
ไฟล์วีดีโอที่ได้จะเป็นนามสกุล .wmv
ลองเปิดเล่นดู หรือหากต้องการนำมาใช้ใส่ Blog ต่างๆ หรือให้เพื่อนคนอื่นๆ ได้ชมก็อาจจะเอา Upload ไว้ในเว็บต่างๆ ที่รับฝากวีดีโอเช่น YouTube หรือ Google ก็ได้
แค่นี้ก็จะได้วีดีโอฝีมือตัวเองไว้ใช้งานค่ะ ง่ายมากๆ เลย ^_^ ความสวยงามก็แล้วแต่ว่าแต่ละคนมีความคิดสร้างสรรค์อย่างไร ลองทำให้ดูเพื่อเป็นแนวทางค่ะ

Windows Media Player อนุญาตให้คุณสลับระหว่างทั้งสองโหมด: 'ไลบรารีของ Player' จะให้คุณสามารถควบคุมคุณลักษณะต่างๆ ของ Player อย่างครอบคลุมและ 'กำลังเล่นในขณะนี้' จะแสดงมุมมองสื่อที่ดูง่ายขึ้นสำหรับการเล่นสื่อ
จาก 'ไลบรารีของ Player' คุณสามารถเปลี่ยนไปที่โหมด 'กำลังเล่นในขณะนี้' โดยการคลิกปุ่ม สลับไปยัง 'กำลังเล่นในขณะนี้'รูปภาพของปุ่ม 'สลับไปยังโหมดกำลังเล่นในขณะนี้' ที่มุมล่างขวาของ Player เมื่อต้องการกลับไปที่ 'ไลบรารีของ Player' ให้คลิกปุ่ม สลับไปยังไลบรารีรูปภาพของปุ่ม 'สลับไปยังไลบรารี' ที่มุมบนขวาของ Player
รูปภาพของ 'ไลบรารีของ Player'
ไลบรารีของ Player

ในไลบรารีของ Player คุณสามารถเข้าถึงและจัดระเบียบคอลเลกชันสื่อดิจิทัลของคุณได้ ภายในบานหน้าต่างนำทาง คุณสามารถเลือกประเภท เช่น 'เพลง' 'รูปภาพ' หรือ 'วิดีโอ' เพื่อดูในบานหน้าต่างแสดงรายละเอียดได้ ตัวอย่างเช่น เมื่อต้องการดูเพลงของคุณทั้งหมดที่จัดระเบียบตามประเภท ให้คลิกสองครั้งที่ เพลง แล้วคลิก ประเภท จากนั้น ให้ลากรายการจากบานหน้าต่างแสดงรายละเอียดไปยังบานหน้าต่างรายการ เพื่อสร้างรายการที่จะเล่น เขียนซีดีหรือดีวีดี หรือซิงค์ไปยังอุปกรณ์ต่างๆ เช่น เครื่องเล่นเพลงแบบพกพา
ขณะที่คุณย้ายระหว่างมุมมองต่างๆ ในไลบรารีของ Player คุณสามารถใช้ปุ่ม 'ย้อนกลับ' และ 'ไปข้างหน้า' ที่มุมบนซ้ายของ Player เพื่อย้อนกลับขั้นตอนของคุณได้
รูปภาพของปุ่ม 'ย้อนกลับ' และ 'ไปข้างหน้า'
ปุ่ม 'ย้อนกลับ' และ 'ไปข้างหน้า'

ในโหมด 'กำลังเล่นในขณะนี้' คุณสามารถดูดีวีดีและวิดีโอ หรือดูเพลงที่กำลังเล่นอยู่ในปัจจุบันได้ คุณสามารถเลือกดูเฉพาะรายการที่กำลังเล่นในปัจจุบัน หรืออาจคลิกขวาที่ Player แล้วคลิก แสดงรายการ เพื่อดูการเลือกของรายการที่มีอยู่ได้
รูปภาพของโหมด 'กำลังเล่นในขณะนี้'
โหมด 'กำลังเล่นในขณะนี้'

เมื่อต้องการค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับงานต่างๆ ที่คุณสามารถกระทำได้ในโหมดไลบรารีของ Player และในโหมด 'กำลังเล่นในขณะนี้' ให้คลิกการเชื่อมโยงที่อยู่ภายใต้ส่วนต่อไปนี้

การเล่นจากแถบงาน

คุณยังสามารถควบคุม Player เมื่อโปรแกรมถูกย่อเล็กสุดได้อีกด้วย คุณสามารถเล่นหรือหยุดรายการปัจจุบันชั่วคราว เลื่อนไปรายการถัดไป และย้อนกลับไปรายการก่อนหน้าได้โดยใช้ตัวควบคุมในการแสดงรูปขนาดย่อ การแสดงตัวอย่างรูปขนาดย่อจะปรากฏเมื่อคุณชี้ไปที่ไอคอนของ Windows Media Player บนแถบงาน

การสร้าง 'ไลบรารีสื่อ'

Windows Media Player จะหาแฟ้มในไลบรารี Windows เฉพาะในคอมพิวเตอร์ของคุณเพื่อเพิ่มในไลบรารีของ Player เช่น 'เพลง' 'วิดีโอ' 'รูปภาพ' และ 'รายการทีวีที่บันทึกไว้'
เมื่อต้องการสร้างไลบรารีสื่อ คุณสามารถรวมโฟลเดอร์ในไลบรารีต่างๆ จากตำแหน่งที่ตั้งอื่นๆ บนคอมพิวเตอร์ของคุณหรืออุปกรณ์ภายนอก เช่น ฮาร์ดไดรฟ์แบบพกพา ได้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเพิ่มแฟ้มลงในไลบรารีของ Player ให้ดูที่ การเพิ่มรายการในไลบรารีของ Windows Media Player

การริพซีดีเพื่อสร้างแฟ้มเพลงดิจิทัล

คุณสามารถเพิ่มเพลงลงในไลบรารีของ Player ได้โดยใช้ซีดีไดรฟ์ของคอมพิวเตอร์ของคุณคัดลอกซีดี และเก็บเป็นแฟ้มดิจิทัลไว้ในคอมพิวเตอร์ของคุณ กระบวนการนี้เรียกว่า การริพ
รูปภาพของ 'กำลังอยู่ในระหว่างดำเนินการริพ'
การริพซีดีเพลง

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการริพซีดี ให้ดูที่ การริพเพลงจากซีดี

การใช้แท็บเพื่อทำงานสำคัญให้สำเร็จ

แท็บต่างๆ ที่ด้านบนขวาของ Player จะเปิดบานหน้าต่างรายการในไลบรารีของ Player ทำให้คุณสามารถทำงานเฉพาะอย่างได้ง่ายขึ้น เช่น การสร้างรายการที่จะเล่นของเพลงโปรดของคุณ การเขียนรายการเพลงแบบกำหนดเองไปยังซีดีแบบบันทึกได้ หรือการซิงค์รายการที่จะเล่นในไลบรารีสื่อของคุณไปยังเครื่องเล่นสื่อแบบพกพา
รูปภาพของแท็บ 'เล่น เขียน และซิงค์'
แท็บ 'เล่น' 'เขียน' และ 'ซิงค์'

เมื่อต้องการเริ่มต้นใช้งาน ให้คลิกแท็บที่ตรงกับงานที่คุณต้องการทำในไลบรารีของ Player เมื่อต้องการซ่อนบานหน้าต่างรายการ ให้คลิกแท็บที่เปิดอยู่ในปัจจุบัน
เมื่อต้องการค้นหาสิ่งที่คุณสามารถทำได้บนแต่ละแท็บ ให้คลิกการเชื่อมโยงที่อยู่ภายใต้ส่วนต่อไปนี้

การเล่น

รายการใต้แท็บ 'เล่น' จะแสดงรายการต่างๆ ที่กำลังเล่นในปัจจุบัน และรายการต่างๆ ที่คุณเลือกไว้เล่นในไลบรารีของ Player ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณเลือกที่จะเล่นอัลบั้มที่ระบุอัลบั้มใดอัลบั้มหนึ่ง ทั้งอัลบั้มนั้นจะปรากฏในแท็บ 'เล่น'
นอกจากนี้คุณยังสามารถใช้แท็บ 'เล่น' เพื่อสร้างและบันทึกรายการที่จะเล่นแบบกำหนดเองได้อีกด้วย สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสร้างรายการที่จะเล่น ให้ดูที่ การสร้างหรือเปลี่ยนแปลงรายการที่จะเล่นปกติใน Windows Media Player

การเขียน

ถ้าคุณต้องการฟังเพลงรวมในขณะที่คุณไม่ได้อยู่ใกล้คอมพิวเตอร์ของคุณ คุณสามารถเขียนซีดีให้เก็บเพลงรวมอย่างไรก็ได้ ตัวอย่างเช่น คุณสามารถเขียนซีดีเพลงด้วย Player แล้วเล่นซีดีในเครื่องเล่นซีดีมาตรฐาน ใช้แท็บ 'เขียน' เพื่อทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้
รูปภาพของ 'กำลังอยู่ในระหว่างดำเนินการเขียนซีดี'
การเขียนซีดี

การซิงค์

คุณสามารถใช้ Player ซิงค์เพลง วิดีโอ และรูปภาพไปยังอุปกรณ์แบบพกพาได้หลายแบบ ได้แก่ เครื่องเล่นสื่อแบบพกพา การ์ดเก็บข้อมูล และโทรศัพท์เคลื่อนที่บางรุ่น เมื่อต้องการซิงค์กับอุปกรณ์ ให้เชื่อมต่ออุปกรณ์ที่สนับสนุนไปยังคอมพิวเตอร์ของคุณ แล้ว Player จะเลือกวิธีการซิงค์ (แบบอัตโนมัติหรือด้วยตนเอง) ที่เหมาะสมกับอุปกรณ์ของคุณ จากนั้น คุณสามารถซิงค์แฟ้มและรายการที่จะเล่นในไลบรารีของ Player ของคุณไปยังอุปกรณ์ได้ ใช้แท็บนี้เพื่อทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดต่อไปนี้
ถ้าคุณมีปัญหาในการใช้ Windows Media Player คุณสามารถลองใช้ 'ตัวแก้ไขปัญหาการตั้งค่าของ Windows Media Player' เพื่อค้นหาและแก้ไขปัญหาทั่วไปบางอย่างโดยอัตโนมัติ
เปิด 'ตัวแก้ไขปัญหาการตั้งค่า Windows Media Player' ด้วยการคลิกปุ่ม เริ่มรูปภาพของปุ่ม 'เริ่ม' แล้วคลิกที่ 'แผงควบคุม' ในกล่องค้นหา ให้พิมพ์ ตัวแก้ไขปัญหา แล้วคลิก การแก้ไขปัญหา คลิก ดูทั้งหมด แล้วคลิก การตั้งค่า Windows Media Player


การเขียนเรียงความ


             เรียงความ คือการใช้ศิลปะทางการเขียนร้อยแก้วแสดงความรู้สึกนึกคิด จินตนาการ

และความเข้าใจของผู้เขียนอย่างสละสลวย       เรียงความจะต้องประกอบด้วยส่วนที่เป็นคำนำ 

 เนื้อเรื่อง  และสรุป 

เรียงความที่ดีควรมีลักษณะดังต่อไปนี้

               มีเอกภาพ คือ ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน หมายความว่าไม่ให้เขียนนอกเรื่อง 

               มีสัมพันธภาพ คือ ความสัมพันธ์กัน หมายถึง ข้อความแต่ละข้อความหรือแต่ละย่อหน้า

จะต้องมีสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกัน 

               มีสารัตถภาพ คือ การเน้นสาระสำคัญของย่อหน้าแต่ละย่อหน้า และของเรื่องทั้งหมด

โดยใช้ประโยคสั้น ๆ สรุปกินความทั้งหมด



ขอเพิ่มเติมเป็นการส่วนตัวค่ะ 

                ก่อนเขียนเรียงความนั้นจะต้องตีโจทย์ให้แตกว่า ชื่อเรื่องที่เขาให้มานั้น หมายถึงอะไร

เกี่ยวโยงกับอะไร ข้อมูลที่จะเขียนลงไปนั้นต้องถูกต้องชัดเจน ดังนั้นผู้เขียนจะต้องรู้ชัดรู้จริง 


การเขียนคำนำ

         เป็นการเกริ่นเรื่อง ขอย้ำว่าแค่เกริ่นนะคะอย่าลึก ใช้คำโอบความหมายกว้างๆ เช่น

เรียงความเรื่องแม่ของฉัน      ควรกล่าวถึงแม่โดยทั่วไปก่อน เขียนให้กินใจ น่าอ่าน น่าติดตาม

แต่ยังไม่ควรเล่าว่า " แม่ของฉัน "เป็นอย่างไร



เนื้อเรื่อง


         เนื้อเรื่องเป็นส่วนที่มีใจความสำคัญ ประเด็นสำคัญตามห้วข้อ ดังนั้นจะต้องเขียนให้ละเอียด

ครอบคลุม ชัดเจน   เช่น เรื่องแม่ของฉัน ในย่อหน้าเนื้อเรื่องให้พรรณนาถึงพระคุณแม่

( เขียนในด้านบวก )



สรุป


         กลับไปอ่านคำนำและเนื้อเรื่องและสรุปจบให้ไปในทิศทางเดียวกัน ขอแนะนำว่า ควรให้

ข้อแนะนำ หรือแนวคิดดีๆ แล้วลงท้ายด้วยประโยคที่น่าสนใจ 


          การเขียนเรียงความนั้นอาจจะขึ้นต้นย่อหน้าคำนำ หรือปิดท้ายในหัวข้อสรุป ด้วย กลอน

คติพจน์ วาทะ หรือคำขวัญ     เพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้น่าติดตาม ( ถ้ายืมคำใครเขามาอย่าลืมอ้างอิง

นะคะ )     ภายในเรียงความควรประกอบด้วยโวหารหลายๆชนิด เพื่อให้ได้อรรถรสในการอ่าน  ขั้นตอน

ในการเตรียมตัวเขียน นอกจากจะต้องเตรียมข้อมูลจัดทำโครงเรื่องแล้ว ควรเลือกใช้สำนวนโวหารให้

เหมาะกับเนื้อความที่ จะเขียน สำนวนโวหารในภาษาไทย แบ่งออกเป็น ๕ คือ 

๑) บรรยายโวหาร 

๒) พรรณนาโวหาร 

๓) เทศนาโวหาร 

๔) สาธกโวหาร 

๕) อุปมาโวหาร   

              ๑. บรรยายโวหาร คือ โวหารที่ใช้เล่าเรื่อง หรืออธิบายเรื่องราวต่าง ๆ ตามลำดับเหตุการณ์

การเขียนบรรยายโวหารจะมุ่งความชัดเจน เขียน ตรงไปตรงมา รวบรัด กล่าวถึงแต่สาระสำคัญ

ไม่จำเป็นต้องมีพลความ หรือความปลีกย่อยเสริม ในการเขียนทั่ว ๆ ไปมักใช้บรรยายโวหาร เพราะ

เหมาะในการติดต่อสื่อสารเนื่องจากสำนวนประเภทนี้มุ่งสาระเขียนอย่างสั้น ๆ ได้ความชัดเจน
 

             ๒. พรรณนาโวหาร มีจุดมุ่งหมายในการเขียนต่างจากบรรยายโวหาร คือมุ่งให้ความแจ่มแจ้ง

 ละเอียดลออ เพื่อให้ผู้อ่านเกิดอารมณ์ซาบซึ้งเพลิดเพลินไปกับข้อความนั้นการเขียนพรรณาโวหารจึง

ยาวกว่าบรรยายโวหารมาก แต่มิใช่การเขียนอย่างเยิ่นเย้อ เพราะพรรณนา-โวหารต้องมุ่งให้ภาพ

และอารมณ์ ดังนั้น จึงมักใช้การเล่นคำ เล่นเสียง ใช้ภาพพจน์แม้เนื้อความที่เขียนจะน้อยแต่เต็มไป

สำนวนโวหารที่ไพเราะ อ่านได้รสชาติ 

            ๓. เทศนาโวหาร หมายถึง โวหารที่มีจุดหมายแสดงความแจ่มแจ้งเพื่อให้ผู้อ่านคล้อยตาม

หรืออาจกล่าวได้ว่ามุ่งชักจูงให้ผู้อ่านคิดเห็นหรือคล้อยตามความคิดเห็นของผู้เขียนเทศนาโวหาร

จึงยากกว่าโวหารที่กล่าว

๔.สาธกโวหาร คือ โวหารที่มุ่งให้ความชัดเจน โดยการยกตัวอย่างเพื่ออธิบายให้แจ่มแจ้ง

หรือสนับสนุนความคิดเห็นที่เสนอให้หนักแน่น น่าเชื่อถือ สาธกโวหารเป็นโวหารเสริม บรรยายโวหาร

 พรรณนาโวหาร 

              ๕.อุปมาโวหาร หมายถึง โวหารเปรียบเทียบ โดยกตัวอย่าง สิ่งที่คล้ายคลึงกันมาเปรียบ

เพื่อให้เกิดความชัดเจนด้านความหมาย ด้านภาพ และเกิดอารมณ์ ความรู้สึกมากยิ่งขึ้น กล่าวได้ว่า

อุปมาโวหาร คือ ภาพพจน์ประเภทอุปมานั่นเอง อุปมาโวหารใช้เป็นโวหารเสริม บรรยายโวหาร

พรรณนาโวหาร และเทศนาโวหาร เพื่อให้ชัดเจนน่าอ่าน โดยอาจเปรียบเทียบอย่างสั้น ๆ หรือ

เปรียบเทียบอย่างละเอียดก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอุปมา โวหารนั้นจะนำไปเสริมโวหารประเภทใด 

               การเขียนเรียงความที่ดีนั้นควรตีกรอบความคิดของผู้เขียนเอาไว้อย่างชัดเจน  เพราะจะทำให้

งานเขียนไม่วกวน จนผู้อ่านเกิดความสับสนทางความคิด   และที่สำคัญเรียงความจะต้องใช้ภาษา


อย่างเป็นทางการ  อย่าใช้ภาษาพูดเป็นอันขาดเพราะจะทำให้งานเขียนขาดความน่าเชื่อถือ

วันอังคารที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

1. เปิดภาพที่ต้องการขึ้นมา File > Open (หรือกด Ctrl+O) 2. วันนี้เราจะใช้เครื่องมือที่ชื่อว่า Liquify ให้เลือกไปที่เมนู Filter > Liquify ตามภาพด้านล่าง 3. จากนั้นจะปรากฏหน้าจอด้านล่างขึ้นมา 4. เลือกใช้เครื่องมือที่ชื่อว่า Pucker Tool ตามภาพ 5.เครื่องมือนี้จะเป้นการดึงภาพด้าน ข้างของวงกลม เข้าสู่กากบาทที่จุดศูนย์กลาง โดยเราสามารถปรับขนาดหัวแปรง ได้โดยการกด [ เพื่อลดขนาด กด ] เพื่อเพิ่มขนาด (หากกดตอนที่ keyboardเป็นภาษาไทยจะไม่สามารถใช้ได้ ต้องเปลี่ยนภาษาเป็นภาษาอังกฤษก่อน) 6.จากนั้นเราก็นำหัวแปรงไปไว้ใน ตำแหน่งที่ต้องการลดขนาด เช่น เอว สะโพก แขนขา Tip : ให้นำเครื่องหมายกากบาท ไปไว้บริเวณจุดที่ต้องการจะดึงเข้ามา พยายามค่อยๆ ไล้ทีละนิดนะครับ ภาพจะได้ไม่หลอกตา 7. ในจุดที่มีรายละเอียดมากให้ทำการ Zoom in เข้าไปใกล้ๆ แล้วลดขนาดหัวแปรงให้เล็กๆ เข้าไว้ 8.อย่าลืมทำที่หน้าสุดสวยด้วยนะจ๊ะ เดี๋ยวจะไม่สมส่วน 9.เมื่อเราปรับลดขนาดทุกสัดส่วนแล้ว ทำการปรับแต่งภาพด้วยเครื่องมือที่เคยเรียนกันมาแล้วอย่าง Clone Stamp Toolในบางจุดของภาพที่มีการเปลี่ยนแปลงไปเช่น แสงเงาของแขน ก็ให้ทำการ Cloneจากภาพเก่ามาครับ จะทำให้ภาพเราดูเนียนยิ่งขึ้น 10.ตกแต่งรายละเอียดตามขอบแขนขาและสี ผิวให้รอยต่อเนียนขึ้น โดยใช้เครื่องมือSmudge Tool ให้ไล้ไปตามขอบแขนขาที่ถูกแต่งจะทำให้ภาพดูสมจริงขึ้นนะครับ 11. เมื่อทำทุกอย่างเรียบร้อย จะได้สาวสวยคนเดิม ที่มีหุ่นเพรียวบาง ได้ภายใน 30 นาที ดังภาพ